| หรือจะเป็นเพราะผมรัก..หลง...น้องเขามากจึงทำให้ผม..เสียใจ..ท้อแท้...อ่อนไหวกับสิ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับผมนับตั้งแต่นั้นมา รัก....คือการเสียสละทุกสิ่งเพื่อทำให้คนที่เรารักมีความสุข รัก..บางครั้งก็ไม่จำป็นจะต้องได้ใช้ชีวิตร่วมกัน...เป็นคู่ครองกัน..เพียงแต่เราเห็นคนที่เรารักมีความสุข..มันก็เป็นความสุขของเรานะ... หลง...คือการที่เราไปชอบใครคนหนึ่งแล้วยอมทำทุกอย่างให้ได้เธอมาโดยไม่คิดถึงอะไรไม่ว่าจะได้มายังไงก็ตาม |
วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
คำว่า..รัก.. คำว่า..หลง.. ในความคิดของผม
เวลาแห่งความผิดหวัง
| เวลาแห่งความผิดหวัง...เสียใจ....มันเป็นความทุกข์...มันถึงเวลาที่เข้ามาหาผมแล้ว...แล้วผมก็รับมันได้อย่างง่ายดายกับทุนเดิมที่ผมมีความอ่อนไหวกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วที่จะเข้ามาในชีวิตของผม... ...น้องเขาบอกเลิกคบกับผม... เป็นคำพูดที่ผมไม่นึกว่าจะต้องมาเจอกับมัน...กับการที่เรามีความรู้สีกที่ดีต่อเขามาโดยตลอด...ผมไม่สามารถที่ต่อว่าน้องเขาได้หรอกคครับ...ว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้..."เราเป็นแค่พี่น้องกันนะพี่"...เป็นคำตอบที่ผมได้รับ...ทำให้ผมต้องหยุดคิด แล้วที่ผ่านมา..ตัวผมเองใช่ไหม?..ที่เข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าเราไม่ใช่แค่คำว่า...พี่ชาย... หรือว่าน้องเขาอาจจะมีทางเดินที่ดีกว่านี้..พบกับคนที่ดีกว่า...และเพื่ออนาคตของน้องเขาเองที่จะได้รับสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตของเขา...หรือว่าจะด้วยวัยของเราที่ต่างกัน...และมีครอบครัวแล้ว "คนเราจะจากกันไปด้วยดีมันน่าจะเจ็บน้อยที่สุดนะ..ผมว่า.." "พี่เราคบกันอีกไม่ได้หรอกนะ...เรามันต่างกัน..." เป็นคำตอบที่ผมได้รับมา และจะต้องมาตีความหมายของมันว่า....มันหมายความว่าอะไร....และมันเป็นคำพูดที่ทำให้ผมเสียใจมาก...มันเป็นบาดแผลที่ลึกลงไปในใจผมตลอดมา เรามันต่างกัน..อย่างไร? ถ้าจะพูดให้เจ็บกว่านี้ก็คือ..ตัวผมเองไม่เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาของตัวเองเลย..ต่างหาก จริงแล้วน้องเขาเป็น..ข้าราชการ.. ในตำแหน่งนักวิชาการ..การศึกษาระดับปริญาตรี...เขามีศักดิ์ศรี..มีเกียรติ...มีคนย่องมากมาย แล้วมันจะคู่ควรกับผมได้อย่างไรกันเราเองมันก็แค่..ลูกจ้างประจำ...ของส่วนราชการเล็กๆ...ที่ทำงานใต้คำบัญชาของข้าราชการอีกต่อหนึ่ง การศึกษาก็แค่...ปวส.ก่อสร้าง...จะไปคู่ควรกับน้องเขาได้อย่างไรกัน.... ผมมีโอกาสมานั่งคิดทบทวนถึงคำตอบที่ผมได้รับจากน้องเขา....จริงซินะ..เราไม่คู่ควรกับน้องเขาตรงไหนหรือจะด้อยด้วยหน้าที่การงานที่เขาเป็น...ข้าราชการ...เราแค่เป็น...ลูกจ้างประจำ...เกียรติและศักดิ์ศรีก็ต่างกัน ข้าราชการกับลูกจ้างประจำนั้น...การทำงานก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก..แต่ข้าราชการเขามีอำนาจในการสั่งการให้ลูกจ้างประจำปฏิบัติตามคำสั่งก็เท่านั้น "ความคิดของผมนะครับ" ถ้าจะเปรียบข้าราชการเป็นเครื่องจักร ตัวข้าราชการเองก็เหมือนฟันเฟืองตัวหนึ่ง...ที่จะมีผลต่อการทำงานของเครื่องจักรนั้นเป็นกลไกที่สำคัญที่จะทำให้งานนั้นบรรลุเป้าประสงค์ของงานได้.....ลูกจ้างประจำ...ก็เปรียบเสมือน..น๊อตตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่อยู่ในเครื่องจักรนี้...ถ้าน๊อตตัวนี้ชำรุดเสียหาย...บางครั้งก็อาจทำให้ฟันเฟืองทำงานไม่ได้เหมือนกัน.... |
วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความเสียใจ..ความผิดหวังที่เกิดขึ้น
จากนั้นเราก็รู้จักมากขึ้น...จากเพื่อน...ก็พัฒนาเป็นคนที่ความรู้สึกที่ดีต่อกัน..เป็นห่วง...และให้กำลังใจกันในยามที่มีปัญหา...และเรื่องอื่นๆ จะด้วยวัยของเราห่างกันหรือเปล่าที่น้องเขาเห็นเราเป็น...พี่ชาย...ทำให้เขามีความสุขที่เราคอยให้กำลังใจ....แต่ในด้านความคิดของผม...ผมไม่ได้คิดกับเขาเพียงเป็นพี่ชาย (หรือผมจะคิดไปฝ่ายเดียวนะ) ผมลืมบอกไปว่าตอนนั้นผมอายุประมาณ 32 นะ น้องเขาก็ประมาณ 25 นะ เรารู้จักกันก็น่าจะประมาณเกือบ 3 ปี.....แต่ผมก็ไม่เคยที่จะล่วงเกินน้องเขานะ...นอกเหนือจากเป็นคนที่รู้ใจกัน และมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน....บางครั้งคนเราที่รู้จักกันมีความเข้าใจกัน...บางที่มันก็เหมือนลิ้นกับฟันนะ...ถึงแม้นว่าจะรักกันให้ตายก็เหอะ....ก็ต้องมีบ้างที่ไม่เข้าใจกันเป็นบางเรื่อง จากจุดเล็กๆมันก็ใหญ่ขึ้น...
จะด้วยฟ้ากำหนด...หรือใครเป็นผู้ลิขิตก็ไม่รู้.. น้องเขาก็ย้ายที่ทำงานใหม่ไปที่อำเภออื่น แต่ด้วยความที่เรายังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แม้ว่าน้องเขาจะย้ายไปทำงานที่ใหม่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคที่เราจะติดต่อกัน...(นั้นคือความคิดฝ่ายเดียวของผมอีกแล้วครับ) ไม่รู้ว่าอีกด้านหนึ่งของเขาจะคิดกลับผมอย่างไร...การที่เราอยู่ห่างกันมันก็เกิดช่องว่างระหว่างกันอีก...จากคนที่ให้กำลังใจกัน...ให้ความรู้สึกที่ดีต่อกัน..มันก็เริ่มน้อยลงไป เมื่อก่อนเราเริ่มต้นด้วยการวิ่ง...จากนั้นก็เริ่มเดินช้าลง...และก็ช้าๆ แต่ตัวเราก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่ยังคอยให้กำลังใจและมีความรู้สึกที่ดีต่อน้องเขาอยู่
ความเป็นตัวตนของผู้ชายธรรมดา>
ก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง..ไม่มียศ..ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต..ไม่มีเกียรติในสังคม เป็นมนุษย์เงินเดือน เดินดินกินข้าวแกงเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป...เพียงอยากจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า...ผ่านพบอะไรมาบ้าง มีทั้งความสุข...ความทุกข์...ความสมหวัง...ความผิดหวัง...เหมือนกับมนุษย์ทุกคนจะต้องพบกับสิ่งเหล่านี้
แต่มีสิ่งหนึ่ง....ที่ตัวผมเองไม่กล้าจะเปิดเผยตัวตน...ส่วนสาเหตุนั้นมันเป็นความเสียใจที่เป็นบาดแผลลึกลงในใจของผมยากที่จะลืมความหลังในอดีตได้ จึงเป็นสาเหตุให้ผมเองไม่กล้าจะเปิดเผยตัวเอง นับแต่นั้นมาผมเองก็เหมือน..กบ..ที่อยู่ในกะลาไม่กล้าออกจะสู้กับโลกภายนอก.....จะว่าไปแล้วผมเองค่อนข้างจะ..อ่อนไหว...กับสิ่งที่จะเข้าเกี่ยวข้องกับตัวผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน..ครอบครัว..แม้กระทั่งการผักผ่อนดูหนัง..ฟังเพลง ถ้าเป็นหนังแนว..รามา..ก็ต้องนั่งร้องไห้ได้ทั้งเรื่อง ถ้าเป็นหนังแนว..แอคชั่น...ยังต้องนั่งร้องไห้เลย... กำ..จริงๆเรา...
ในด้าน..ความสุข... ที่ตัวตนของผมที่ได้รับมา มีความสุขที่มีครอบครัวเล็กๆมีบุตรชาย 2 คน (จริงๆแล้วอยากได้ลูกสาวนะ..แต่ไม่ได้..อิอิ..ทำไม่เป็น) และมีภรรยาที่คอยดูแลผมคอยให้กำลังใจผมในยามที่ผมหลงออกนอกกรอบ...ผมมีความสุขที่ยังมีพ่อและแม่ ที่ยังคอยให้กำลังใจเราอยู่ห่างๆแม้ว่าเราจะมีครอบครัวแล้วก็ตาม ความเป็นลูก...พ่อแม่ก็ยังต้องห่วงเราอยู่ตอลดไป
ความทุกข์...เป็นสิ่งที่มนุษย์กลัวที่สุด มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเองกลัวที่สุดเหมือนกัน..อ่อนไหวที่สุดกับความทุกข์ที่มันจะเข้ามาถึง หรือแม้นว่าจะยังมาไม่ถึงก็ตาม มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมกลัว...กับการที่เมื่อถูกถามถึง...ความเป็นตัวตนของผม..ที่คนอยากจะรู้ว่าผมเป็นใคร...ชื่ออะไร...ทำอะไร และอื่นๆที่เกี่ยวกับตัวตนของผม สำหรับตัวผมนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญกับคนที่มีความรู้สึกที่ดีต่อผม..."เราไม่ควรปิดกั้นตัวเองมากจนเกินไป" เป็นคำพูด ของคนที่มีความรู้สึกที่ดีต่อผมพูดให้ฟัง.... คำพูดนั้นเองที่ทำให้ผมถึงกล้าที่จะเขียนเป็นบทความเพื่อระบายความในใจเสียบ้าง... ดีกว่าจะเก็บมันไว้ให้เป็นบาดแผลที่ลึกลงในใจของผมตลอดไป.....
วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความเป็นตัวตนของผม
จากผู้ชายที่ไม่ตั้งความหวังอะไรไว้มากมาย...มีแต่ความจริงใจให้กับทุกคนที่ผมรู้จัก...ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีในสถานะเป็นอะไร... |